home  

ham  

tea  

myshop  

sjmall  

misc.  

links  

contact us


        

 

 

 

 

เทศกาลที่สำคัญของคนจีน

เดือน 8  ประเพณีไหว้พระจันทร์

ประเพณีไหว้พระจันทร์

    ประเทศจีนนับเป็นประเทศที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล และมีประชากรมากที่สุดในโลก ความแตกต่างในด้านชนชาติและถิ่นที่อยู่ ย่อมก่อให้เกิดวัฒนธรรมประเพณีอันมากมายที่สืบทอดกันมา แต่ก็มีประเพณีบางอย่าง ได้รับการยอมรับในระดับชาติ จึงเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา

    ผมขอเริ่มเล่าเรื่องเกี่ยวกับเทศกาลของคนจีน ด้วยเรื่องของประเพณีไหว้พระจันทร์ก่อนนะครับ เป็นเรื่องที่ผู้หลักผู้ใหญ่ ครูสอนภาษาจีนเล่าสู่กันฟัง

    วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 ของจีนของทุกปี เป็นวันไหว้พระจันทร์ของคนจีน สัญญาลักษณ์ของงานนี้คือ ขนมไหว้พระจันทร์หลากหลายชนิด ที่ทำขายเฉพาะเทศกาลเท่านั้น  กล่องที่บรรจุขนมก็ต้องมีรูปผู้หญิง คล้ายกับนางฟ้าลอยอยู่บนกลุ่มเมฆ ทำไมจึงเป็นรูปแบบนี้

    มีเรื่องเล่ากันว่า ในยุคสมัยโบราณเมื่อไหร่ก้ไม่รู้ อยู่ ๆ เกิดมีดวงอาทิตย์ขึ้นพร้อม ๆ กัน 10 ดวง ความร้อนของแสงแดดแผดเผามนุษย์และพืชสัตว์ตายจำนวนมาก ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส 

    ฮ่องเต้จึงรับสั่งให้ทหารเอกนามว่า โฮ่วอี้ เป็นผู้ที่มีความสามารถอย่างสูงในการใช้ธนูเป็นอาวุธ จึงใช้ธนูยิงทำลายดวงอาทิตย์ไปทั้งหมด 9 ดวง และกำลังจะยิงดวงสุดท้าย ประชาชนเกรงว่า หากไม่มีดวงอาทิตย์ แล้ว อาจจะไม่มีแสงสว่าง หรืออาจหนาวตายก็ได้ จึงได้ขอร้องให้เหลือดวงสุดท้ายไว้ จึงทำให้เรามีดวงอาทิตย์ดวงเดียวตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

    ต่อมา โฮ่วอี้ ได้รับสถาปนาเป็นฮ่องเต้ มีภรรยาที่สวยสุดยอดในปฐพี ชื่อว่า ฉางเอ๋อ เมื่อเป็นใหญ่เป็นโตแล้ว ก็ไม่อยากตาย นิสัยก็เปลี่ยนไป ชอบกดขี่ข่มเหงประชาชน จึงสั่งให้ชาวบ้านออกไปหายาอายุวัฒนะ ชีวิตจะเป็นอมตะ ชาวบ้านก็อุตส่าห์หามาได้จำนวน 2 เม็ด โฮ่วอี้ก็นำไปฝากไว้กับศรีภรรยา ฉางเอ๋อ ไม่ไว้ใจเมียแล้วจะไว้ใจใคร ใช่ไหมครับ

    ทางฝ่ายภรรยาคนสวยบวกลบคูณหารแล้ว นิสัยกักขฬะเกเรบ้าอำนาจของโฮ่วอี้ หากมีชีวิตเป็นอมตะ เป็นฮ่องเต้ตลอดไป ประชาชนต้องได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส  เมื่อถึงเวลานัดกินยาอายุวัฒนะแล้ว พอสามีสุดที่รักเผลอ นางจึงรีบกลืนลงไปในท้องทันทีแต่เพียงผู้เดียว โฮ่วอี้ พยายามจะไล่จับแม่นางฉางเอ๋อ แต่นางได้ลอยขึ้นบนฟ้า ไปสู่ดวงจันทร์ ทางฝ่ายโฮ่วอี้ก็ตรอมใจตายในที่สุด

    เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว รู้สึกว่าเกี่ยวข้องกับการไหว้พระจันทร์ตรงไหน เขาสรุปว่า ที่เขาไหว้พระจันทร์เพราะเชื่อว่าแม่นางฉางเอ๋อ ที่สวยสุดยอดในปฐพี ไปใช้ชีวิตอมตะที่โลกพระจันทร์ เป็นคนที่มีบุญคุณอันใหญ่หลวง เสียสละความสุขส่วนตัว กลืนยาอายุวัฒนะลงท้อง ไม่ปล่อยให้คนกักขฬะเกเร บ้าอำนาจมีชีวิตอมตะครองเมือง สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนตลอดไป 

    อีกเรื่องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ชนชาติจีน ครั้งหนึ่ง คนจีน หรือที่เรียกว่า ชาวฮั่น คนตกอยู่ภายใต้การปกครองของชาวมองโกล โดยกำหนดว่า ทุก ๆ บ้าน 3 หลัง จะต้องมีคนมองโกลปกครอง 1 คน ทุกคนจะต้องเลี้ยงดูและปฏิบัติตามความต้องการของคนมองโกล ไม่อนุญาตให้มีอาวุธหรือของมีคมต่าง ๆ แม้กระทั่งมีดทำครัว หากมีความจำเป็นต้องใช้งาน ต้องขออนุญาตเป็นครั้งคราว 

    ชาวฮั่นกลุ่มหนึ่ง ทนต่อการกดขี่ข่มเหงของชาวมองโกลที่ปกครองเมืองจีนไม่ไหว จึงออกอุบายหาทางกำจัดชาวมองโกลให้สิ้นซาก กอบกู้เอกราชคือจากพวกมองโกลให้ได้ ตามปกติแล้ว ชาวมองโกลจะไม่อนุญาตให้ใช้มีดหรือของมีคมต่าง ๆ ยกเว้นเทศกาลใหญ่ ๆ เท่านั้น

    ชาวฮั่นกลุ่มนี้จึงฉวยโอกาสจัดเทศกาลไหว้พระจันทร์ แอบสอดกระดาษไว้ใต้ขนมไหว้พระจันทร์ นัดกันว่า เวลาเที่ยงคืนวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 ให้พร้อมใจกันฆ่าชาวมองโกลที่ปกครองบ้านตัวเองให้สิ้นซาก ในวันดังกล่าว ชาวบ้านก็ได้ขออนุญาตยืมมีดเพื่อไปทำอาหารในครัว จัดเหล้ายาปลาปิ้ง เอาอกเอาใจชาวมองโกลอย่างดี เมื่อถึงเวลานัดหมาย ก็ลงมือจัดการโดยทันที ทำให้ชาวฮั่นกลับมามีอิสระภาพอีกครั้งหนึ่ง

    ต่อมา คนจีนหรือชาวฮั่นก็จัดประเพณีไหว้พระจันทร์ เพื่อระลึกถึงความดีของผู้เสียสละเพื่อกู้อิสระภาพของคนจีนกลับคืนมา

    เมื่อกี้ผมเขียนว่า เอากระดาษสอดไว้ใต้ขนมไหว้พระจันทร์ ผมไม่ทราบว่า ท่านเคยสังเกตหรือไม่ว่า มีขนมชนิดหนึ่งที่คนไทยเรียกว่า "ขนมโก๋" ลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมสีขาว ประมาณกว้าง 3 นิ้ว ยาว 6-8 นิ้ว หนาประมาณ 1 นิ้ว พื้นผิวเป็นรอนเล็ก ๆ ประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ปั๊มตัวหนังสือสีแดง เวลาขายจะมีกระดาษสีแดง พิมพ์ตัวหนังสือจีนแปะไว้ แล้วบรรจุในถูกพลาสติก 

    ขนมโก๋แบบนี้ เวลากินก็ติดเหงือกติดฟัน ถ้ากินคำใหญ่เกินไป เวลากลืนก็อาจติดคออีกต่างหาก เดี่ยวนี้ค่อนข้างหากินได้ยาก กระดาษแปะหน้าขนมก็หายไป ตัวอักษรจีนถ้ามีก็เป็นชื่อร้านทำขนม บางแห่งก็เปลี่ยนเป็นอักษรไทยเรียบร้อยแล้ว ไม่มีคำนัดหมายเพื่อก่อการอย่างหนึ่งอย่างใด มีเพียงแต่คำโฆษณาผลิตภัณฑ์ของตนเองเท่านั้น ส่วนรูปผู้หญิงคล้ายนางฟ้าก็คงหมายถึงแม่นางฉางเอ๋อ ที่สวยเลอเลิศในปฐพี

    กลับมาดูการไหว้พระจันทร์ในเมืองไทย ผมจำได้ว่า เมื่อตอนผมเด็ก ๆ แหล่งชุมชนคนจีนที่อาศัยอยู่ในแถบเยาวราชและบริเวณใกล้เคียง มีการไหว้พระจันทร์อย่างคึกคัก บ้างก็ไหว้กันที่หน้าบ้านหรือดาดฟ้า บ้างก็รวมกลุ่มกันไหว้ แข่งขันการจัดโต๊ะบูชาและเครื่องเซ่นไหว้กัน และเป็นวันที่ชุมชนนั้น ๆ จะได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์กัน สร้างความสามัคคีขึ้นในชุมชน คนที่ไม่ค่อยมีความรู้ ก็มาไหว้เพราะความเชื่อบางอย่าง แต่คนมีความรู้ดีก็สนับสนุน เนื่องจากเป็นวันที่ชาวจีนกอบกู้อิสรภาพคืนจากมองโกลนั่นเอง

    ต่อมา นับตั้งแต่มนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์ ไม่พบว่าแม่นางฉางเอ๋ออาศัยอยู่ที่นั่น  คนเฒ่าคนแก่ก็ค่อย ๆ จากหายไป คนรุ่นต่อมาเริ่มจะมองเป็นเรื่องงมงาย เพราะไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการไหว้พระจันทร์ ก็ค่อย ๆ เลิกไหว้พระจันทร์ไป บางคนก็ไหว้บนดาดฟ้า สีสรรวันไหว้พระจันทร์เริ่มจางหายไป แต่เป็นเรื่องน่าแปลกใจ ขนมไหว้พระจันทร์กลับขายดีกว่าเมื่อก่อนนี้

<<<BACK

                                     


© 2002-2003 by SONGJIANGMALL  created by HS1ASN, KITTY
since October 14, 2002 disclaimer
Last update:01/04/2551 21:27:22